Santorini เป็นวงเกาะภูเขาไฟนอนอยู่บนหมู่เกาะรูปโค้งในทะเลอีเจียน การระเบิดของภูเขาไฟในปี 1450 ก่อนคริสต์ศักราช ทำให้เกิดแอ่งหลุมปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่จมหายไปและก่อเป็นรูปร่างเหมือนพระจันทร์เสี้ยวที่เราเห็นทุกวันนี้ มีนักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่า ที่นี่คือ แอตแลนติส (Atlantis) ที่หายไป (แอตแลนติส เป็นอาณาจักรใหญ่แห่งหนึ่งที่รุ่งเรืองและมีอำนาจมาก ตั้งอยู่บนเกาะๆ หนึ่งกลางมหาสมุทรแอตแลนติก มีขนาดกว้างใหญ่ไพศาลมาก
แต่ในเวลาต่อมาเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้ทำลายล้างเกาะ
และถูกคลื่นยักษ์ในทะเลไหลท่วมทับจมหายไปอย่างไม่มีใครคนใดพบเห็นเกาะอีกเลย)
ในศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสต์ศักราช นักรบเผ่าดอเรียน (Dorian) เข้ามาตั้งถิ่นฐานและให้ที่นี่ชื่อว่า เทียรา (Thira) แต่ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นแซนโตรินีเมื่อชาวเวนิเชียน
St. Irene มาพิชิตเกาะในศตวรรษที่
13
เกาะภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ เกาะ Nea Kameni ตั้งอยู่ตรงกลางของแอ่งหลุมปล่องภูเขาไฟ
เกาะนี้เกิดขึ้นมาหลังจากภูเขาไฟระเบิดอีกครั้ง พร้อมกับเกาะข้าง ๆ Palaia Kameni ซึ่งเราสามารถมองออกไปเห็นจากฟิร่า
(Fira) หรือชื่อเดิมเทียรา
(Thira) เกาะ Nea Kameni นี้เป็นเมืองหลวงของซานโตรินี
ค้นพบในศตวรรษที่ 18 โดยชาวเกาะที่ย้ายถิ่นมาจากป้อมปราการเวนิเชียนของ Skaros การเกิดแผ่นดินไหวครั้งสุดท้ายเมื่อปี
1956 ได้ทำลายล้างหมด
ทำให้ฟิร่าต้องสร้างตึกรามบ้านช่องบนหน้าผาสูงริมทะเลเป็นขั้นบันได
ยาวตลอดบนปากปล่องภูเขาไฟ หน้าผาของปล่องภูเขาไฟมีความสูงที่แตกต่างระหว่าง 150
ถึง 350 ม. จากสุดมุมเกาะด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งของเกาะยาว 18 กม.(ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.worldtraveljoy.com/santorini/)
เกาะภูเขาไฟหินลาวา Nea
Kameni (Santorini)
ภูเขาไฟเนีย คาเมนี่ Nea
Kameni Volcano และบ่อน้ำร้อนกลางทะเล
ล่องเรือ ชมภูเขาไฟเนีย คาเมนี่ Nea
Kameni Volcano ชมธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาของหินภูเขาไฟที่เกิดจากการแข็งตัวของลาวาซึ่งไม่เหมือนในที่แห่งใด
เนื่องจากเป็นกลุ่มภูเขาไฟที่มีอายุน้อยที่สุด
มาเริ่มเดินทางจากนั่งเรือโบราณจากท่านี้
เข้ามาแล้วเลือกที่นั่งกันได้ตามอัธยาศัย จะด้านบน หรือ ด้านล่าง
ว่าแล้วก็มุ่งหน้าสู่ที่หมาย
เทือกหินผาจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก เป็นธรรมชาติที่สวยงามมาก
มีเรือยอร์ชท่องเที่ยวมากมาย
ใกล้เข้ามาแล้วมองเห็นไกลๆ
Nea Kameni มีขนาดเล็กเกาะกรีกไม่มีใครอยู่ภูเขาไฟแหล่งกำเนิดอยู่ในทะเลอีเจียน
ชมวิวบริเวณชายฝั่งโดยรอบเต็มไปด้วยหินลาวาสีดำ
ได้เกิดขึ้นที่ผ่านมาสองพันปีโดยการปะทุซ้ำของลาวาและเถ้า
มองเห็นท่าเทียบเรืออยู่ไกลๆ
มาถึงแล้ว เรือท่องเที่ยวแบบโบราณอันสวยงามจอดเรียงราย
ว่าแล้วก็ลงไปเลย ด้านหน้าทางเข้าต้องโชว์ตั๋วสแกนเข้าด้วย มีเจ้าหน้าที่ยืนอยู่สองคน
มีแผ่นโบว์ชัวร์บอกถึงประวัติความเป็นมาให้อ่านหายภาษาด้วยกัน
ขอสักภาพกับเรือสวยๆ
พร้อมแล้ว เดินขึ้นไปเลย ท่าทางจะเหนื่อยทางเดินอันสูงชัน
เส้นทางลูกรังไปถึงด้านบนของปล่องภูเขาไฟ 130 เมตรสูงที่จะเป็นไปได้ที่จะเสร็จสมบูรณ์วงจรเต็มรูปแบบของขอบ
และใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการเดินไป ช่องระบายอากาศกำมะถันที่พบไปพร้อมกัน
จุดหมายอีกยาวไกล
เป็นเกาะที่มีหลายช่องระบายอากาศกำมะถันที่ใช้งานเช่นเดียวกับพรม succulents หญ้าสีแดงบนดินบางในช่วงฤดูร้อน
ความสวยงามของแซนโตรินี คือ เมืองสีขาวแห่งทะเลอีเจียนที่สร้างโดยมนุษย์ ตัดกับทิวทัศน์บนปากปล่องภูเขาไฟ สีฟ้าบริสุทธิ์บนท้องฟ้า และสีน้ำเงินของน้ำทะเล ทุกอย่างธรรมชาติสร้างขึ้นมาจริง ๆ
ไม่ไหวจะเดินไปถึงยอด ขอเก็บภาพบริเวณโดยรอบดีกว่า กลัวว่าเวลาจะไม่พอ
ได้เวลากลับก็มานั่งรอลูกทัวร์คนอื่นๆให้ครบกลุ่ม เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาก็มาเก็บภาพเล่นกันดีกว่า งิงิ





















































0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น